天地父母 (เทียนตี้ฟู่หมู่) บุพการีใต้หล้า
คำนี้ ศิษย์ต้องคำนึงถึงอย่างลุ่มลึก ฟ้าดินมีคุณธรรมอุ้มชูหล่อเลี้ยงสรรพชีวิต มนุษย์ทุกคนต้องสำนึกพระคุณบำเพ็ญปฏิบัติอยู่ในศีล สร้างคุณงามความดีอยู่เสมอ โดยมิแบ่งชนชั้น รวยฤๅจน ต้องรู้จักอุ้มชูช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และทุกหมวดที่อาจารย์ให้ หวังทุกคนรู้หน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ให้กลมกลืน สัมฤทธิ์ผล รับผิดชอบแบกรับงานปรกโปรดสามโลก บรรพชนเจ็ดชั้นอีกลูกหลานเก้าชั้นได้รับอานิสงส์ หวังว่าทุกทุกคนจะเข้าใจในเจตนาอาจารย์และฟ้าเบื้องบน …
บัดนี้ เข้าสู่ธรรมกาลยุคขาวสุดท้ายปลายกัป พระอนุตตรธรรมมารดาได้หย่อนสายทอง หนทางตรงคืนกลับต้นราก ชีวิตจิตญาณหลุดพ้นจากโลกีย์ภพภูมิในครั้งนี้ โดยมีพระวิสุทธิอาจารย์สนองบัญชา กราบรับพระโองการฟ้าปรกโปรดเวไนย กอบกู้มวลชีวิตจิตญาณ หลุดพ้นการเวียนว่ายตายเกิด
ในกาลนี้ พระพุทธะพระโพธิสัตว์ พร้อมด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสหโลก ต่างมีมหาเมตตา มหาปณิธานยิ่งใหญ่ พิทักษ์คุ้มครองหนุนช่วยงานครั้งนี้
“เมื่อโลกจม ฉุดช่วยด้วยธรรม” มิใช่เรื่องธรรมดา เทพ คน ผี ต่างตื่นตระหนก เพื่อการแปรเปลี่ยนโลกวุ่นวายให้เป็นเอกภาพ
เพราะฉะนั้น เพื่อแสดงออกถึงความกตัญญุตาธรรม จงตั้งใจจริงมุ่งมั่นบำเพ็ญ ประคองรักษาจิตธรรมให้บริสุทธิ์หมดจด หลุดพ้นจากทะเลทุกข์ เมื่อจิตรู้แจ้งเห็นถึงคุณวิเศษแห่งธรรมญาณมาจากองค์มารดา จะมิกล้าลุ่มหลงกิเลสอีกต่อไป หยุดการเวียนว่าย
ยิ่งต้องสงบ สว่างชีวิตจิตญาณ ระมัดระวังกาย วาจา ใจ ละอายความผิดบาปของตน คำนึงถึงบรรพชน พร้อมกับบำเพ็ญจริง เจริญปณิธาน สั่งสมคุณธรรมบารมี บรรลุมรรคผล นี่คือการตอบแทนพระคุณฟ้า เบื้องบนแล
พระพุทธะได้กล่าวไว้ว่า “มีฤๅพุทธบุตรคนเดิม จะไม่รำลึกหวนคืนบ้านแห่งพระอนุตตรธรรมมารดา”
มรรคาประเสริฐ ที่แสดงออกแห่งการรำลึกหวน ย่อมได้แก่การบำเพ็ญบวชจิต เข้าถึงความบริสุทธิ์หมดจดนั่นแล
























































































